Showing all 2 results

ฉนวนใยแก้วกันความร้อน

จำหน่าย ฉนวนใยแก้วกันความร้อน SCG และ Microfiber ราคาโรงงาน สำหรับกันเสียง วัสดุไม่ลามไฟ หลากหลายความหนา ทั้งแบบหนา 25 มม และ 50 มม มีสต็อคสินค้า พร้อมส่งทั่วกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด

1,500 ฿1,800 ฿
1,850 ฿1,900 ฿

ความรู้เกี่ยวกับฉนวน

ฉนวน หมายถึง วัสดุที่มีความสามารถในการสกัดกั้นความร้อนไม่ให้ส่งผ่านจากด้านใดด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งได้โดยง่าย วัสดุทุกชนิดในโลกล้วนเป็น ฉนวน ทั้งสิ้น เพียงแต่ค่าความเป็นฉนวนหรือค่าความต้านทานความร้อนจะมากหรือน้อยแตกต่างกัน การส่งผ่านความร้อนจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของวัสดุใดๆ หรือการส่งผ่านความร้อนจากวัสดุหนึ่งไปยังอีกวัสดุหนึ่ง เรียกว่า การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer)

คุณสมบัติของฉนวนกันความร้อนสำหรับอาคาร คือ การสกัดกั้นความร้อนมิให้ส่งผ่านจากภายนอกอาคารเข้าไปยังภายในอาคารได้ ดังนั้นฉนวนกันความร้อนที่ดีจึงควรเป็นฉนวนกันความร้อนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำที่สุดหรือมีค่าความต้านทานความร้อนสูงที่สุดนั่นเอง โดยจะต้องสามารถลดการถ่ายเทความร้อนทั้งในรูปของการนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสีความร้อน ได้เป็นอย่างดี

การเลือกใช้ฉนวนกันความร้อน

  • ในการเลือกใช้ฉนวนกันความร้อนให้พิจารณาที่ค่าการนำความร้อน (Thermal conductivity, K-Value) ของฉนวน โดยฉนวนที่มีค่าการนำความร้อนต่ำ จะมีประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อนสูง ทำให้สามารถลดปริมาณความร้อนที่เข้าสู่อาคารได้มากในบริเวณที่มีการติดตั้งฉนวน

การลดเสียงรบกวน

  • ในการเลือกใช้วัสดุฉนวนดูดซับเสียง ให้พิจารณาที่ค่าความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุฉนวนนั้นๆด้วย โดยวัสดุฉนวนที่มีค่าการดูดซับเสียง Noise Reduction Coefficient (NRC) ยิ่งมาก จะสามารถดูดซับเสียงและลดเสียงสะท้อนหรือเสียงก้องได้ดีกว่าวัสดุฉนวนที่มีค่า NRC น้อยๆ

ฉนวนกันความร้อนมีอะไรบ้าง

1.ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่น

วัสดุกันความร้อนยอดนิยมของวงการวัสดุก่อสร้าง ติดตั้งง่าย หาซื้อง่าย สามารถติดตั้งไว้ฝ้าเพดานหรือใต้หลังคาบ้านในระยะสูงกว่า 1 เมตรขึ้นไป อีกทั้งยังติดตั้งด้วยตนเองได้ แต่ควรสวมใส่ชุดป้องกัน เพื่อลดอาการแพ้สารสำหรับบางคน โดยฉนวนกันความร้อนแบบแผ่นมีดังนี้

  • ฉนวนกันความร้อนใยแก้ว (Fiber Glass) ได้รับความนิยมมาก ติดตั้งง่าย ใช้งานดี ราคาฉนวนกันความร้อนใยแก้วก็ไม่สูงมาก ทนความร้อนสูง ไม่ติดไฟ กันความชื้นและแมลงหรือเชื้อรา
  • ฉนวนกันความร้อนอลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium Foil) แผ่นสะท้อนความร้อนที่มีความเหนียวมาก ฉีกขาดยาก ไม่ลามไฟ ทนความร้อนสูง แผ่นสะท้อนความร้อนราคาถูกกว่าฉนวนใยแก้ว
  • ฉนวนกันความร้อนโฟมโพลีเอทิลีน (Polyethylene Foam) โฟม PE แผ่นโฟมกันความร้อนหุ้มอลูมิเนียมฟอยล์สะท้อนความร้อน เป็นฉนวนกันความร้อนราคาค่อนข้างถูก ติดตั้งง่าย และป้องกันความร้อนได้ดี
  • ฉนวนกันความร้อนโพลีสไตรีนโฟม (Polystyrene Foam) เรียกว่า โฟม PS, โฟม EPS, โฟมขาว, แผ่นฉนวนสำเร็จรูป เป็นโฟมกันความร้อนและความเย็นได้ในตัว ไม่ลามไฟ ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายง่าย สามารถทำเป็นฝ้าเพดานหรือต่อเติมผนังบ้านได้โดยไม่ต้องติดฉนวนอื่นเพิ่มเติม

2. ฉนวนกันความร้อนแบบแผ่นและแบบพ่น

ฉนวนกันความร้อนโฟมโพลียูรีเทน (Polyurethane Foam) โฟม PU หรือ โฟมเหลือง เป็นโฟมกันความร้อน มีทั้งแบบแผ่นและแบบพ่น สามรรถฉีดบนฝ้า บนหลังคา และใต้หลังคา ติดตั้งยุ่งยาก ต้องใช้บริษัทช่างเชี่ยวชาญ

3.ฉนวนกันความร้อนแบบพ่น

ฉนวนกันความร้อนแบบพ่นพร้อมใส่สารกันแมลงต่างๆ สามารถฉีดพ่นโฟมเข้าถึงได้ทุกซอกมุม และอายุการใช้งานยาวนานกว่าแบบแผ่น แต่ราคาฉนวนความร้อนแบบพ่นค่อนข้างสูงและติดตั้งยุ่งยาก ต้องใช้บริษัทช่างเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ วัสดุกันร้อนประเภทนี้มี 2 ชนิด ได้แก่

  • ฉนวนกันความร้อนเซรามิคเซรามิคโค๊ตติ้ง (Ceramic Coating) หรือสีสะท้อนความร้อน
  • และฉนวนกันความร้อนเยื่อกระดาษ(Cellulose)
ฉนวนกันความร้อนมีอะไรบ้าง

ทำความรู้จักฉนวนใยแก้วกันความร้อน scg

ตัวฉนวนเป็นซิลิกา วัสดุผลิตมาจากแก้ว นำไปหลอมละลายแล้วปั่นเป็นเส้นใย มีคุณสมบัติทนและกันความร้อนได้ดีมาก สามารถติดไฟได้แต่ไม่ลามไฟ (ตรงข้ามกับวัสดุกันความร้อนหลายชนิดที่ลามไฟได้รวดเร็ว) วัสดุเส้นใยแก้วเมื่อแตกตัว จะมีอนุภาคใหญ่เกินกว่า จะเข้าสู่ทางเดินหายในของมนุษย์ได้ จึงไม่เป็นสารก่อมะเร็ง

ผลิตภัณฑ์ฉนวนใยแก้วกันความร้อนที่ขายในท้องตลาด จะมีลักษณะเป็นแผ่น หรือเป็นม้วน โดยจะมีทั้งรุ่นที่ผลิตมาสำหรับติดตั้งบนแปหลังคา ติดตั้งบนฝ้าเพดาน และติดตั้งที่ผนัง

ข้อควรระวัง ตัวฉนวนใยแก้วอาจทำให้ผิวหนังมีอาการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแพ้วัสดุชนิดนี้ ดังนั้น ในการติดตั้งจึงควรสวมถุงมือและเสื้อผ้ามิดชิด เพื่อเลี่ยงการสัมผัสฉนวนใยแก้วโดยตรง

หน้าที่ของฉนวนกันความร้อนใยแก้วคือ ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้ผ่านเข้ามาในบ้าน โดยคุณสมบัติของตัวฉนวนจะมีค่ากันความร้อนหรือค่า R (ค่า R จะมากขึ้นตามความหนาฉนวนด้วย) การติดตั้งฉนวนกันความร้อนจะเป็นการเพิ่มค่า R ให้กับบริเวณที่ติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ผืนหลังคา ฝ้าเพดาน หรือผนัง

ฉนวนใยแก้วกันความร้อน SCG

ฉนวนใยแก้วกันความร้อน SCG

ฉนวนกันความร้อน SCG ผลิตจากแก้วรีไซเคิล 100% มีสาร HydroProtecTM ที่ช่วยลดการอุ้มน้ำได้ถึง 10 เท่า รวมถึงเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ ตามมาตรฐาน ASTM E84, BS476 ออกแบบมาสำหรับติดตั้งบริเวณเหนือฝ้าเพดานแบบฉาบเรียบและแบบที-บาร์ เพื่อป้องกันความร้อนที่มาทางโถงหลังคา ผ่านฝ้าเพดาน โดยหุ้มรอบด้านด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์เสริมแรง ฉีกขาดเสียหายได้ยาก ทนต่ออุณหภูมิ พร้อมมาตรฐานฉลากเขียวและฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

คุณสมบัติเด่น

  • ติดตั้งง่าย Easy to Install ฉนวนมีน้ำหนักเบา ทนต่อแรงดึงดูด ทำให้ไม่ฉีกขาดง่าย จึงติดตั้งสะดวก
  • ไม่ดูดซึมน้ำ ป้องกันการซึมผ่านของน้ำ ปราศจากความชื้น
  • ลดความร้อนสะสม ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 40 %
  • ปราศจากสารพิษ และโลหะหนักในการผลิต ปลอดภัยในการใช้งาน
  • ชั้นเลเยอร์มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่เสื่อมสภาพกว่า 10 ปี
  • กันความร้อน Thermal insulation มีค่าการนำความร้อนต่ำ สามารถต้านทานความร้อนได้ดี ช่วยลดปริมาณความร้อนที่เข้ามาในอาคาร
  • ป้องกันเสียงรบกวน Noise Reduction สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น เสียงฝนตกกระทบหลังคาเหล็กรีด
  • ไม่ลุกติดไฟ Non-Flammable เป็นวัสดุไม่ลามไฟ ที่ทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E84 และ BS476 จึงไม่เป็นชนวนก่อให้เกิด อัคคีภัย
  • ทนต่อแรงกด Compressive Strength ฉนวนมีความยืดหยุ่นได้ดี สามารถคืนตัวได้ดี หลังการกดทับ จึงไม่สูญเสียคุณสมบัติการเป็นฉนวน
  • อายุการใช้งานยาวนาน Long Life insulation ฉนวนทำมาจากฉนวนใยแก้วสีเขียว ซึ่งทนทาน และไม่สามารถถูกกัดโดยมอดหรือปลวก หรือขึ้นราได้
  • ป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำ Consideration Control เมื่อเลือกความหนาที่เมหาะสม จะไม่เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำจากความแตกต่างของอุณหภูมิของอาคารที่ปรับอากาศ

วิธีใช้งาน

สำหรับติดตั้งบนฝ้า เพื่อลดความร้อนจากรังสียูวีไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้าน หรืออาคารสำนักงานควรวัดระยะให้แน่ชัด ก่อนการติดตั้ง

คำแนะนำ

  • ศึกษาข้อมูลการใช้งานอย่างละเอียด
  • ควรติดตั้งโดยช่างผู้ชำนาญการ และติดตั้งบนโครงสร้างที่แข็งแรง

ข้อควรระวัง

  • ห้ามดัดแปลง แก้ไขสินค้า หรือนำไปใช้งานผิดประเภท
  • ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด และด่างทำความสะอาด
  • จัดเก็บในที่แห้ง และพ้นมือเด็ก
  • ห้ามจัดเก็บใกล้ความร้อน และเปลวไฟ
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้สินค้าเสียหาย
  • ห้ามใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

อายุการใช้งานของฉนวนใยแก้วกันความร้อน

อายุการใช้งานของฉนวนใยแก้วกันความร้อน นั้นยาวนานกว่า 10 ปี โดยเมื่อระยะเวลาผ่านไป เนื้อฉนวนจะบางลง ตามสภาวะแวดล้อมของแต่ละบ้าน ประสิทธิภาพการป้องกันความร้อนอาจจะลดลง แต่ยังสามารถใช้งานได้อยู่ หากต้องการจะเปลี่ยนใหม่ อาจพิจารณาในช่วงที่จะรีโนเวท ปรับปรุงบ้าน โดยตรวจสอบก่อนว่า โครงคร่าวและสภาพของฉนวนเดิมเป็นอย่างไร หากฉนวนเดิมอยู่ในสภาพดี และโครงคร่าวเดิมสามารถรับน้ำหนักฉนวนใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้ ก็สามารถปูฉนวนใหม่ทับของเดิมได้เลย โดยไม่ต้องรื้อออก หากฉนวนเดิมอยู่ในสภาพไม่ดี (อะลูมิเนียมฟอยล์ที่หุ้มเกิดการฉีกขาดหลายจุดจนยากแก่การซ่อมแซม) ก็ควรรื้อฉนวนเดิมออกเพื่อปูฉนวนใหม่ทดแทน โดยปฏิบัติตามคู่มือการติดตั้งอย่างเคร่งครัด

เมื่อติดตั้งฉนวนที่ช่วยป้องกันความร้อนที่จะผ่านเข้ามาแล้ว อย่าลืมเรื่องการระบายอากาศที่ดีเพื่อให้สามารถระบายความร้อนออกจากตัวบ้านด้วยเช่นกัน

นวัตกรรมรักโลก

ฉนวนกันความร้อน เอสซีจี ได้รับฉลากเขียวในการรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้แก้วรีไซเคิล 100% และยังผลิตด้วยกระบวนการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จึงได้รับฉลาก SCG Eco Value เนื้อฉนวนใยแก้วของฉนวนกันความร้อน เอสซีจี ได้รับการรับรองโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาสญด้านสุขภาพ และความปลอดภัยของวัสดุประเภทเส้นใย จากสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ International Agency for Research for Cancer IARC ขององค์กรอนามัยโลก WHO ว่าไม่เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ดังนั้นฉนวนใยแก้วจึงนิยมใช้งานกว้างขวางทั้งในยุโรป อเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก

ฉนวนใยแก้วกันความร้อน MicroFiber

MicroFiber เบอร์ 5 PLUS เป็นฉนวนกันความร้อนและดูดซับเสียงที่ผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับใช้ปูบนฝ้าเพดานทุกชนิด เนื้อฉนวนใส่สารพิเศษ Non Water Absorption ที่ช่วยลดการอมน้ำ ไม่ดูดซับน้ำและความชื้น ห่อหุ้มรอบด้านด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์สะท้อนความร้อนคุณภาพสูงจากโรงงาน โดยผลิตขึ้นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 486 , 487 และมาตรฐานสากล ASTM, Australian Standards และเป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้ในอาคารเขียว

เป็นฉนวนที่ผลิตและออกแบบสำหรับใช้ปูบนฝ้าเพดานทุกชนิดเช่นฝ้าเพดานยิปซั่มแบบทีบาร์, ฝ้าเพดานยิปซั่มแบบฉาบเรียบ, ฝ้าเพดานกระเบื้องแผ่นเรียบและฝ้าเพดานไม้ เป็นต้น เหมาะสำหรับใช้งานกับอาคาร สำนักงาน โรงงาน และที่พักอาศัยที่ก่อสร้างเสร็จแล้วหรือกำลังก่อสร้างใหม่

ฉนวนใยแก้วกันความร้อน MicroFiber

วัสดุปิดผิวเลือกใช้วัสดุห่อหุ้มรอบด้านด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์สะท้อนความร้อนสูง 95% ทนทานต่อแรงดึงได้ดี ไม่ฉีกขาดง่าย ไม่ลามไฟ ป้องกันน้ำและความชื้จากโรงงาน

คุณสมบัติเด่น

  • กันความร้อนและดูดซับเสียง MicroFiber เบอร์ 5 เลือกใช้วัสดุห่อหุ้มรอบด้านด้วยแผ่น Metalized Film ที่มีคุณภาพสูง ทนทาน ไม่ฉีกขาดง่าย ป้องกันน้ำและความชื้น ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับอาคาร

คุณสมบัติทั่วไป

  • เป็นฉนวนที่มีความหนาแน่นและความหนามาก มีค่าการนำความร้อนต่ำและมีประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อนสูง จึงช่วยกันความร้อนที่เข้าสู่อาคารได้มาก
  • กันเสียงและดูดซับเสียง เป็นฉนวนที่มีโพรงอากาศเป็นจำนวนมาก จึงมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียงที่ดีและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่ยอมรับและเลือกใช้ในการกันเสียงและดูดซับเสียงกับหลังคาของอาคารต่างๆ
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ทนทานต่อแรงดึงไม่ฉีกขาดง่าย คืนตัวได้ดีเมื่อได้รับแรงกด จึงสะดวกต่อการติดตั้งกับหลังคาทุกประเภททั้งหลังคาเก่าและหลังคาใหม่
  • ป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำ เป็นฉนวนที่เลือกใช้วัสดุปิดผิวที่มีคุณภาพสูง ป้องกันน้ำและความชื้นได้ดี เมื่อเลือกใช้ความหนา ความหนาแน่นและการติดตั้งฉนวนที่เหมาะสม จะไม่เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำจากความแตกต่างของอุณหภูมิของอาคารที่ปรับอากาศ
  • อายุการใช้งานยาวนาน ผลิตจากเส้นใยแก้วเป็นวัสดุที่ไม่เสื่อมสภาพ ไม่เป็นอาหารของสัตว์ แมลงและเชื้อรา สามารถคงสภาพความเป็นฉนวนได้ยาวนาน
  • ไม่ลุกติดไฟ ผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่ติดไฟและไม่ลามไฟ จึงไม่เป็นชนวนก่อให้เกิดอัคคีภัย

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยความชำนาญในการผลิตฉนวนใยแก้วกันความร้อนและดูดซับเสียงที่ยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมกับมีการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ บริษัท ไมโครไฟเบอร์อุตสาหกรรม จำกัด มีระบบการจัดการทรัพยากรที่สามารถแปรสภาพนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยใช้เศษแก้วแทนมากกว่า 80 % ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผลิตภัณฑ์ฉนวนไมโครไฟเบอร์ จึงได้รับเครื่องหมายฉลากเขียวที่แสดงถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ติดฉนวนใยแก้วกันความร้อนแล้วทำไมบ้านยังร้อน

สำหรับเจ้าของบ้านที่ซื้อฉนวนใยแก้วกันความร้อนมาติดตั้งบริเวณหลังคาหรือฝ้าเพดาน แล้วพบว่าบ้านไม่ได้เย็นขึ้นอย่างที่คิด ให้ลองหันมาดูปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดความร้อนในบ้าน รวมถึงช่องทางระบายความร้อนออกไปนอกบ้าน ทั้งนี้ อาจลองพิจารณาวิธีอื่นๆ ที่ช่วยลดความร้อนในบ้านด้วย ปัญหาบ้านร้อน นับเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ที่อาศัยเขตเส้นศูนย์สูตรอย่างประเทศไทย วิธีแก้ปัญหาที่มักนึกถึงกันคือ การติดตั้ง ฉนวนใยแก้วกันความร้อน และเนื่องจากความร้อนที่เกิดขึ้นภายในบ้าน ประมาณ 70 % มักมาจากทางหลังคาบ้าน เจ้าของบ้านจึงมักได้รับคำแนะนำให้ติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคาหรือฝ้าเพดานชั้นบนสุด

แต่ทั้งนี้อาจมีบางกรณีที่ซื้อฉนวนมาติดตั้งตามคำแนะนำแล้ว แต่ความร้อนในบ้านก็ไม่ได้ลดลง ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก่อนอื่น เจ้าของบ้านควรทำความเข้าใจถึงแหล่งกำเนิดของความร้อนภายในบ้านว่ามาจากส่วนใดได้บ้าง

ติดฉนวนใยแก้วกันความร้อนแล้วทำไมบ้านยังร้อน

ความร้อนในบ้านมาจากไหน

โดยทั่วไปความร้อนภายในบ้านส่วนใหญ่ มักมาจากแสงแดดที่ส่งผ่านความร้อนเข้ามาในบ้าน ผ่านทางหลังคาและ ฝ้าเพดานชั้นบน อีกทางที่เข้ามาได้ง่ายคือ ผนังกระจกและประตูหน้าต่างกระจก ทั้งนี้ แสงแดดยังส่งผ่านความร้อนบางส่วนผ่านผนังทึบได้ด้วย โดยจะมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับค่ากันความร้อน หรือที่เรียกว่า “ค่า R” ของระบบผนัง ซึ่งแตกต่างกันไปตามชนิดของวัสดุและการติดตั้ง นอกจากนี้ การทำกิจกรรมประจำวันภายในบ้านก็ทำให้เกิดความร้อนได้เช่นกัน

ติดฉนวนใยแก้วกันความร้อนอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

แม้การติดฉนวนกันความร้อนที่หลังคาจะช่วยป้องกันความร้อนจากบริเวณหลังคาได้ แต่ในขณะเดียวกัน ความร้อนจากส่วนอื่นๆ ก็ควรป้องกันด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากผนัง โดยเฉพาะด้านที่โดนแดดแรงควรทำเป็นผนังทึบด้วยวัสดุที่มีค่า R สูง ไม่อมความร้อน และอาจติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมด้วย สำหรับผนังส่วนที่จำเป็นต้องใช้กระจกใส อาจลดความร้อน โดยติดตั้งแผงบังแดดเพิ่ม ติดฟิล์มช่วยกันความร้อนบนกระจก นอกจากนี้ยังมีวิธีอื่นๆ ที่ช่วยลดความร้อนได้ อย่างการปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาบังแดด การเลือกใช้วัสดุที่มีค่า R สูง และไม่อมความร้อน เป็นต้น

อีกเรื่องสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ การจะทำบ้านในเมืองร้อนให้เย็นได้นั้น “ควรมีการระบายอากาศที่ดี” เพื่อให้ความร้อนภายในบ้านสามารถระบายออกไปนอกบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นประตูหน้าต่างที่เพียงพอในตำแหน่งเหมาะสม การทำช่องทางระบายอากาศบริเวณหลังคา (ติดตั้งฝ้าชายคาแบบมีรูระบายอากาศหรือทำเป็นระแนงเพื่อระบายอากาศ) เป็นต้น

ทั้งนี้หากบ้านติดตั้งอยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะมาก เช่นในเมือง อาจใช้อีกทางเลือกซึ่งต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วย คือ การปิดบ้านให้มิดชิด โดยติดตั้งอุปกรณ์ที่ดึงเอาอากาศจากภายนอกมาใช้ในบ้านผ่านระบบกรอง จากนั้น อากาศที่ใช้แล้วพร้อมความร้อนจะถูกปล่อยทิ้งออกไปนอกบ้าน

การแก้ปัญหาบ้านร้อนอาจไม่ใช่แค่การติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีส่วนในการป้องกันความร้อนในบ้านให้ครอบคลุม รวมถึงระบบระบายอากาศที่ดีเพื่อให้ความร้อนระบายออกไปจากบ้านได้ ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้อุณหภูมิในบ้านลดลง ทำให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสบายมากขึ้น รวมถึงช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ด้วย