Showing 1–12 of 47 results

ท่อ ppr

จำหน่าย ท่อน้ำไทยพีพีอาร์ (PPR) ท่อพีพีอาร์ มาตรฐานเยอรมัน DVGW มั่นใจคุณภาพ สำหรับนำไปใช้ทั้งงานระบบสุขาภิบาลภายใน และภายนอกอาคาร มีท่อประปาให้เลือกครอบคลุมทั้งแบบท่อน้ำร้อน และท่อน้ำเย็น รวมทั้งอุปกรณ์ข้อต่อ และเครื่องมือตัดแต่ง สำหรับงานเดินท่ออาคาร

140 ฿40,800 ฿
1,295 ฿6,073 ฿

ท่อ PPR

ข้องอ 45

13 ฿622 ฿

ท่อ PPR

ข้องอ 90

15 ฿622 ฿
112 ฿313 ฿
88 ฿228 ฿
11 ฿577 ฿
94 ฿1,390 ฿
84 ฿1,134 ฿

ท่อ ppr - ท่อน้ำที่ผู้รับเหมาไว้วางใจ ในการเดินท่อประปา

สำหรับการก่อสร้างตึกหรืออาคาร นอกจากพื้น เพดาน คอนกรีต และการเดินสายไฟในแต่ละช่วงแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่เป็นรองใครนั่นก็คือการเดินท่อของระบบน้ำนั่นเอง หากพูดถึงเรื่องท่อ หลายคนอาจจะนึกถึงท่อเหล็กขนาดต่างๆ หรือท่อสีฟ้าๆ หรือที่รู้จักกันในนามท่อ pvc แต่ท่อที่จะมาทำความรู้จักในวันนี้เป็นท่ออีกชนิดหนึ่ง ที่มีความพิเศษไม่เป็นรองใคร นั่นก็คือ “ท่อ ppr” หรือท่อสีเขียว ซึ่งสามารถเห็นกันได้ตามงานก่อสร้างขนาดใหญ่และต้องการความปลอดภัยสูง ว่าแต่ท่อ ppr นี้คืออะไร สำคัญขนาดไหน มีคุณสมบัติอย่างไร ทำไมงานบางชนิดถึงต้องเป็นท่อ ppr เท่านั้น เรามาหาคำตอบไปด้วยกันเลย

ทำไมต้องเดินท่อ

ก่อนที่จะทำความรู้จักกับท่อ ppr เราก็ต้องมาดูความสำคัญของการเดินท่อเสียก่อน การเดินท่อในระบบต่างๆ ช่วยทำให้แต่ละส่วนของอาคาร โรงงาน หรือบ้านเรือนของเรานั้นมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้าหรือระบบน้ำประปาต่างก็มีการร้อยสายและเดินท่ออย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นหากต้องการที่จะก่อสร้างสิ่งใดแล้ว การเลือกวัสดุอุปกรณ์และวิธีการในการเดินท่อจึงจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างท่อ ppr ก็เป็นท่อที่แข็งแรงอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกันว่าท่อชนิดนี้เหมาะกับระบบอะไรในขั้นตอนการก่อสร้างบ้าง

ท่อ ppr คืออะไร

มีชื่อเต็มคือ Polypropylene Random Copolymer ซึ่งท่อชนิดนี้เป็นท่อที่ผลิตจากพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูง คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพดีกว่าแบบอื่นๆ เนื่องจากมีการจัดเรียงตัวแบบไม่เจาะจง ท่อ ppr จึงมีความแข็งแรงกว่าท่อชนิดอื่นเป็นอย่างมาก นอกจากเรื่องความอึด ถึก ทนแล้ว ยังมีน้ำหนักเบา ทำให้ขนย้ายไปมาได้ง่าย สามารถดัดงอได้เล็กน้อย ไม่เหมือนกับท่อเหล็กที่ส่งต่อกันลำบาก อีกทั้งยังมีราคาที่สูง หาซื้อยากกว่าท่ออื่นๆ ทั่วไป โดยท่อ ppr จะใช้ในระบบประปาน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิสูง

ลักษณะของท่อ ppr จะมีสีเขียวและทึบแสง ตัวท่อจึงไม่เป็นสนิมเหมือนกับท่อเหล็ก และไม่เป็นตะไคร่แม้จะโดนน้ำ ทนต่อการกัดกร่อนสูง ไม่ว่าจะเป็นกรดหรือด่าง เพราะฉะนั้นจึงปลอดภัยและนิยมนำมาใช้ในอุตสหกรรมใหญ่ๆ ที่ต้องการความปลอดภัย รวมถึงโรงพยาบาล อาคาร โรงแรม เป็นต้น

ศัพท์ที่ควรทำความรู้จักก่อนเลือกท่อ ppr

ประเภทของท่อ ppr ก็มีหลากหลายขนาดอีกด้วยกัน ในการเลือกใช้ท่อ ppr นั้น จำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักศัพท์เฉพาะกันเสียก่อน หลักๆ สองตัวด้วยกัน คือ

  • SDR (Standard Dimension Ratio) อัตราส่วนระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกท่อต่อความหนาท่อ
  • PN หรือก็คือชั้นความดัน

ประเภทของท่อ ppr

ซึ่งท่อ ppr ในปัจจุบันนั้นสามารถแบ่งได้ออกเป็นสองประเภทหลักๆ จากค่า PN นั่นก็คือท่อ PN10 และท่อ PN20 ตัวอย่างเช่น

  1. ท่อ ppr แบบ SDR11 PN10 จะใช้กับน้ำอุ่น ช่วงอุณหภูมิ 38 – 60 องศา
  2. ท่อ ppr แบบ SDR6 PN20 จะใช้กับน้ำร้อน ช่วงอุณหภูมิ 38 – 95 องศา

ทั้งนี้ท่อ ppr ยังมีหลายคลาสด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Economy Class, High Pressure Class และ Durable Class แต่คลาสก็จะมีความคงทนแตกต่างกันไปรวมถึงราคาของแต่ละเกรดก็เช่นกัน

คุณสมบัติท่อ ppr

คุณสมบัติหลักๆ ของท่อ ppr เรียกได้ว่าเหมาะแก่การเดินท่อระบบประปาชนิดต่างๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถทนอุณหภูมิได้สูงถึง 95 องศาด้วยกัน อีกทั้งลักษณะของท่อยังเหมาะกับงานที่มีแรงดันน้ำสูงๆ สามารถทนแรงดันได้ถึง 20 บาร์ด้วยกัน ไม่ว่าอาคารจะสูงขนาดไหน ท่อ ppr ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดี

หากต้องการเดินท่อสำหรับน้ำดื่มโดยเฉพาะ ก็สามารถใช้ท่อ ppr ได้อย่างสบายใจ เพราะความทึบแสงทำให้ไม่เกิดตะไคร่น้ำเกาะตามท่อช่วงต่างๆ อีกทั้งพลาสติกที่ใช้ทำท่อ ppr นั้นยังได้รับการยอมรับจากกรีนพีช ว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีและไม่เป็นสารก่อมะเร็งอย่างแน่นอน ดีต่อสิ่งแวดล้อมและเป็น Thermo Plastic สามารถนำมาใช้ซ้ำได้อีกโดยไม่เกิดเป็นขยะเสีย เป็นตัวเลือกของคนรักษ์โลกในสมัยนี้

การติดตั้งท่อ ppr

ในด้านการเดินท่อติดตั้งนั้น ก็เป็นการติดตั้งแบบเชื่อมท่อแบบสอด (Socket Fusion) ซึ่งใช้ความร้อนสูงทำให้ท่อละลายแล้วเชื่อมต่อกัน จึงเกิดการรั่วซึมระหว่างรอยต่อยากมากๆ หรือถ้าหากเกิดกรณีรั่วซึมจริงๆ ก็สามารถซ่อมแซมได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องทุบผนังรื้อถอนออกมาก่อนเหมือนท่อ pvc แล้วค่อยทำการซ่อม

ปัจจุบันเราสามารถใช้แท่งซ่อมอุดรูรั่วมาซ่อมท่อ ppr ได้ทันที ช่วยทำให้ประหยัดในส่วนของการซ่อมแซมไปได้อย่างมาก น้ำหนักที่เบาทำให้การขนส่งเดินทางได้คล่องแคล่วกว่าการขนส่งท่อชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ข้อต่อเกลียวต่างๆ ของท่อ ppr ยังเป็นข้อต่อเกลียวมาตรฐานสากล จึงสามารถใช้ต่อเข้ากับท่อประเภทอื่นๆ ได้อย่างไร้ปัญหา

หากให้พูดถึงอายุการใช้งานแล้วละก็ ท่อ ppr สามารถใช้งานได้มากกว่า 50 ปีเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงคุ้มค่าเหมาะแก่การลงทุนในระยะยาวสุดๆ

การติดตั้งท่อ ppr

ข้อควรระวังของท่อ ppr

อย่างไรก็ตามท่อ ppr ก็ยังมีจุดที่ควรระวังอยู่ แม้จะมีความแข็งและทนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่เหมาะแก่การนำไปติดตั้งในพื้นคอนกรีตใต้ดิน เพราะการติดตั้งไว้ใต้พื้นคอนกรีตที่อาจจะมีการทรุดตัวได้จึงไม่ค่อยเหมาะสม รวมถึงวิธีการติดตั้งที่ต้องใช้ความชำนาญ ในส่วนนี้ผู้ใช้งานจึงควรระวังเป็นพิเศษ

ระบบที่เหมาะสม

ท่อ ppr มีผิวเรียบเสมอกัน จึงทำให้มีความต้านทานของการไหลน้ำน้อย อัตราการไหลน้ำจึงดีกว่าท่อประเภทอื่นๆ ตัวอย่างระบบน้ำที่มักจะใช้ท่อ ppr ในการติดตั้งก็มีตัวอย่างเช่น

  • ระบบท่อน้ำเพื่อการบริโภค ไม่ว่าจะเป็นน้ำร้อนหรือน้ำเย็น ภายในอาคาร บ้านพัก โรงเรียน โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน อาคารขนาดใหญ่ เป็นต้น
  • ระบบท่อน้ำในโรงงานอุตสหกรรม ที่มีการใช้สารเคมีต่างๆ ในการดำเนินการ
  • ระบบท่อในเรือ
  • ระบบท่อสำหรับน้ำกลั่น น้ำกรอง
  • ระบบท่อความร้อนสำหรับพื้น
  • ระบบท่อน้ำฝน
  • ระบบท่อลมแรงดันสูง
  • ระบบท่อสำหรับสระว่ายน้ำ
  • ระบบท่อน้ำเย็นสำหรับระบบปรับอากาศ
  • ระบบท่อน้ำเพื่อการเกษตร พืชสวน พืชเรือนกระจก

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับท่อ ppr

อย่างไรก็ตามการติดตั้งท่อ ppr จะต้องใช้ผู้มีความชำนาญในการติดตั้งคอยดูแล แน่นอนว่าจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมในการติดตั้ง ในด้านอุปกรณ์เสริมอย่างกรรไกรตัดท่อ ข้อต่อ หน้าจานเหล็ก หรือหัวเชื่อม ก็เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งที่สำคัญและขาดไม่ได้ หรือถ้าให้ดี การใช้เครื่องเชื่อมพร้อมหัวเชื่อมก็จะช่วยให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากท่อ ppr เป็นท่อที่โดดเด่น

จึงมีอุปกรณ์ในการต่อท่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่อสองทาง สามทาง สี่ทาง หรือท่อครอสที่จะเรียกได้ว่าเป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของท่อ ppr เนื่องจากท่อครอสทำให้สามารถวางท่อทับกันได้โดยไม่ต้องลากอ้อมไปให้ไกล ช่วยร่นระยะและการใช้ท่อไปได้หลายส่วน อีกทั้งท่อครอสนี้ยังเป็นท่อที่ผลิตได้ในเฉพาะท่อ ppr เท่านั้นอีกด้วย

สุดท้ายนี้เราสามารถสรุปได้ว่าท่อ ppr นั้น เป็นท่อที่มักจะนำมาใช้แทนท่อเหล็กหรือท่อ pvc เนื่องจากคุณสมบัติต่างๆ ที่มีความเด่นกว่าท่อสองชนิดที่กล่าวมา

โดยท่อ ppr นั้นสามารถสังเกตได้ง่ายๆ จากสี นั่นก็คือตัวท่อจะมีสีเขียว เหมาะกับการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีอุณหภูมิหรือสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง มักนำมาใช้ในระบบน้ำอุ่น น้ำร้อนเป็นหลัก

เนื่องจากราคาถูกว่าการใช้ท่อเหล็ก ถือว่าในด้านราคาก็สมเหตุสมผลด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้จึงทำให้ท่อ ppr ได้รับความนิยมในวงการก่อสร้างมากขึ้นกว่าแต่ก่อน การที่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 50 ปีกลายเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่น่าสนใจ มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงได้ความรู้เกี่ยวกับท่อ ppr กันเพิ่มขึ้นกว่าตอนแรกอย่างแน่นอน หากใครที่ยังลังเลว่าระบบของตนเองควรจะใช้ท่อไหนก็สามารถสอบถามและเลือกซื้อได้ตามความเหมาะสม