เปลี่ยนน้ำยาแอร์ R22 เป็น R32 จำเป็นต้องเปลี่ยนท่อแอร์มั้ย?

หลายคนสงสัยว่า หากต้องการเปลี่ยนน้ำยาแอร์จาก R22 มาเป็น R32 จะยังสามารถใช้ท่อเดิมได้ หรือไม่? เนื่องจากปัจจุบัน R22 ถูกแทนที่ด้วย R32 มากขึ้น ทำให้ค่าซ่อมบำรุง และค่าเติมน้ำยามีแนวโน้มสูงขึ้น จึงเกิดคำถามสำคัญว่า ระบบท่อแอร์เดิม ยังรองรับได้ หรือควรเปลี่ยนใหม่ บทความนี้ มีคำตอบชัดเจนจากผู้เชี่ยวชาญ

น้ำยาแอร์ R22 และ R32 คืออะไร

น้ำยาแอร์ หรือสารทำความเย็น (Refrigerants) จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร “R” โดยมีหลายชนิดที่ใช้ในระบบปรับอากาศ แต่ในบทความนี้ จะยกตัวอย่างเป็น R22 และ R32 ที่นิยมมากที่สุด ดังนี้

  • น้ำยาแอร์ R22 เป็นชนิด HCFC (Hydrochlorofluorocarbon) ทำความเย็นได้ดีแต่มีผลกระทบกับภาวะโลกร้อน ใช้กันอย่างแพร่หลายในแอร์บ้าน และเชิงพาณิชย์รุ่นเก่า ปัจจุบันน้ำยาชนิดนี้ หายาก และราคาสูงขึ้น ถูกแบนในหลายประเทศ ตั้งแต่ปี 2010
  • น้ำยาแอร์ R32 เป็นน้ำยากลุ่ม HFC (Hydrofluorocarbon) สารทำความเย็นรุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้ปริมาณน้ำยาน้อยลงความเย็นเท่ากัน ช่วยลดการใช้พลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความไวไฟต่ำปลอดภัยมากขึ้น ไม่สามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมของ R22 ได้โดยตรง ต้องเปลี่ยนท่อ และอุปกรณ์บางส่วน และมีราคาที่สูงกว่า

ท่อแอร์เดิมที่ใช้น้ำยาแอร์ R22 สามารถใช้กับ R32 ได้มั้ย ?

แม้ผู้ผลิตชิ้นส่วนแอร์ในยุโรป จะระบุว่า R32 สามารถใช้งานร่วมกับท่อน้ำยาแอร์ R22 เดิมได้ หากตรวจสอบแล้วว่า ท่ออยู่ในสภาพดี และมีขนาดตรงตามสเปค การทำความสะอาด และล้างท่อ (Flushing) อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่ผู้ติดตั้งต้องมีความชำนาญ และใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจาก แรงดันของ R32 สูงกว่า R22 ประมาณ 1.5 เท่า หากท่อน้ำยาแอร์เสื่อมสภาพ หรืออ่อนตัว อาจเสี่ยงต่อการรั่วซึม ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกใช้ ท่อทองแดงไร้รอยต่อ (Seamless Copper Pipe) ที่มีความหนาอย่างน้อย 0.8 มม.ขึ้นไป เมื่อติดตั้งร่วมกับน้ำยาแอร์ R32

ตารางเปรียบเทียบทำไมไม่ควรใช้ท่อน้ำยาแอร์ R22 ร่วมกับ R32

หัวข้อเปรียบเทียบ R22 R32 เหตุผลที่ใช้ท่อร่วมกันไม่ได้
แรงดันทำงาน ต่ำกว่า สูงกว่า ~1.5 เท่า ท่อที่ใช้กับ R22 อาจไม่ทนแรงดันของ R32
ความหนาท่อทองแดง ≥ 0.6 มม. ≥ 0.8 มม.
(Seamless)
R32 ต้องใช้ท่อหนากว่า ป้องกันการรั่วซึม
ความปลอดภัย ไม่ไวไฟ ไวไฟเล็กน้อย หากท่อไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงไฟ และการรั่วซึม
มาตรฐานใช้งาน ใช้ในแอร์รุ่นเก่า มาตรฐานใหม่
แทน R22
ท่อ R22 ไม่ผ่านมาตรฐาน สำหรับ R32

โดยสรุป การเปลี่ยนน้ำยาแอร์จาก R22 มาเป็น R32 ควรเปลี่ยนท่อน้ำยาแอร์ใหม่เสมอ เพราะถึงแม้ท่อเดิมจะยังใช้งานได้ แต่ไม่รองรับแรงดัน และมาตรฐานของน้ำยาแอร์ R32 อย่างแท้จริง การใช้ท่อน้ำยาแอร์ใหม่ จะช่วยยืดอายุระบบ ลดความเสี่ยง และคุ้มค่ากว่าการซ่อมภายหลัง

ปัญหาแอร์

Checklist เตรียมระบบท่อให้พร้อม เมื่อเปลี่ยนน้ำยาแอร์ R22 เป็น R32

1. ประเมินระบบ

    • ตรวจสอบว่า มีส่วนใดของระบบต้องเปลี่ยน และส่วนใดสามารถใช้งานต่อได้

2. เปลี่ยนชิ้นส่วนที่จำเป็น

    • ควรเปลี่ยน O-rings, ซีล, ดรายเออร์ หากอุปกรณ์ไม่รองรับน้ำยาแอร์ R32 ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

3. ทำความสะอาดระบบ

    • กำจัดสิ่งตกค้างภายในเครื่องแอร์ และอุปกรณ์ให้ใกล้เคียง 100% หากไม่กำจัดน้ำยา และน้ำมันหล่อลื่นเดิมในท่อออกได้หมด สารตกค้างที่มีการปะปน จะทำให้ระบบแอร์ทำงานผิดปกติ และเครื่องเสี่ยงเสียหาย

4. เปลี่ยนของเหลวที่จำเป็น

    • เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ให้เหมาะกับ น้ำยาแอร์ R32 โดยใช้น้ำมันหล่อลื่นประเภท Polyolester (POE) ซึ่งเป็นน้ำมันสังเคราะห์ ที่เข้ากันได้ดีกับสารทำความเย็นกลุ่ม HFC (Hydrofluorocarbon)

5. ทดสอบการรั่วไหล

    • เติมน้ำยาใหม่ ตรวจสอบระบบท่อแอร์ และคอมเพรสเซอร์แอร์ ก่อนใช้งานจริง

การเติมน้ำยาแอร์ผิดประเภท เป็นข้อห้ามเด็ดขาด เพราะทำให้ระบบทำงานผิดปกติ เสี่ยงต่อการรั่วซึม คอมเพรสเซอร์เสียหาย แรงดันระบบผิดปกติ และสิ้นเปลืองพลังงาน อีกทั้งยังส่งผลต่อประกันจากผู้ผลิตทันที ควรใช้น้ำยาที่ถูกต้องตามสเปคเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งาน หากเปลี่ยนประเภทน้ำยา ต้องล้างอุปกรณ์ที่ใช้ต่อกับระบบใหม่ ให้สะอาดหมดจด 100% เพื่อป้องกันความเสียหาย

สรุป

เมื่อเปลี่ยนน้ำยาแอร์จาก R22 เป็น R32 ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ไม่ควรใช้ ท่อน้ำยาแอร์ เดิมร่วมกัน ดังนั้นควรเปลี่ยน ท่อน้ำยาแอร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะกับ น้ำยาแอร์ R32 เพื่อความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำยาแอร์ หรือมองหาท่อใหม่ทั้งระบบ รวมไปถึงฉนวนยางดำ ฉนวนหุ้มท่อแอร์ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง UDWASSADU ของมีสินค้างานระบบครบวงจรจากที่นี่ที่เดียว ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแอดไลน์ LINE : @udirons หรือติดต่อเบอร์ 084-326-6454