คู่มือเลือก Copper Pipe Fitting เทคนิคการเชื่อม โดยวิศวกรมืออาชีพ

แม้คุณจะเลือกท่อทองแดงม้วน หรือเส้นได้ถูกต้อง แต่หากมองข้าม Copper Pipe Fitting (ข้อต่อท่อทองแดง) ที่ถูกต้อง อาจเกิดความเสียหาย และต้นทุนบานปลาย คู่มือนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจการใช้งาน และการเลือกฟิตติ้งทองแดงแบบมืออาชีพ เพื่อให้ระบบแอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และคุ้มค่าที่สุด

ประเภทของ Copper Pipe Fitting (ข้อต่อท่อทองแดง) และการใช้งานจริง

1. ข้องอทองแดง 45° และ 90° (Copper Elbow)

สำหรับใช้เปลี่ยนทิศทางการเดินท่อ โดยไม่ต้องดัดท่อ ลดโอกาสแตก หรือรั่วจากการดัดท่อ

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L ความหนา 0.8–1.0 มม. หรือ Type K หากใช้งานกับน้ำยาแอร์ R32

Copper Tube

2. ข้อต่อตรงทองแดง (Straight Coupling)

สำหรับใช้ต่อท่อที่สั้นเกินไปให้ยาวขึ้น ส่วนมากเป็นจุดเสี่ยงรั่ว จึงต้องบัดกรี ด้วยมาตรฐานสูง

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น และท่อม้วน Type L ความหนา 0.8–1.0 มม. แต่สำหรับความต้องการแรงดันสูง ควรใช้ Type K

3. ข้อโค้ง 180° (U-Bend)

สำหรับใช้เปลี่ยนท่อให้กลับทิศเดิม มักใช้ในคอยล์คอนเดนเซอร์ (Condenser) และอีแวพอเรเตอร์ (Evaporator)

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 0.8 มม.

4. พีแทรป (P-Trap)

สำหรับใช้ดักน้ำ หรืออากาศย้อนกลับในระบบ ป้องกันความเสียหายจากสิ่งสกปรก และกลิ่นไม่พึงประสงค์

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น และท่อม้วน Type L ความหนา 0.9–1.1 มม.

5. ยูเนียน (Union)

สำหรับใช้เชื่อม และถอดท่อได้ โดยไม่ต้องตัดท่อ อำนวยความสะดวกต่อการบำรุงรักษา และซ่อมแซม

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น และท่อม้วน Type L ความหนา 0.8–1.0 มม.

6. สามทางทองแดง (Copper Tee)

สำหรับใช้สำหรับแยกการไหลจากหนึ่งทางออกเป็นสองทาง หรือรวมการไหลจากสองทางเข้าสู่หนึ่งทาง เป็นชิ้นสำคัญในระบบ HVAC ที่ต้องจ่ายสารทำความเย็นไปที่หลายๆ ยูนิต

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 1.0 มม.

7. หมวกอุด (Copper Cap)

สำหรับใช้ปิดปลายท่อ เพื่อกันฝุ่น และความชื้น ส่วนใหญ่ใช้ระหว่างการทดสอบแรงดัน

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น และท่อม้วน Type L ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 0.8 มม.

8. ข้อต่อเกลียวใน (Female Thread Adapter)

สำหรับใช้ต่อท่อทองแดงกับอุปกรณ์ที่มีเกลียวตัวผู้ เช่น วาล์ว หรือปั๊ม โดยอุปกรณ์นี้ เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญๆ ที่ต้องแน่นหนา เพื่อป้องกันการรั่ว

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 1.0 มม.

9. ข้อต่อเกลียวนอก (Male Thread Adapter)

สำหรับใช้ต่อเข้ากับอุปกรณ์ที่มีเกลียวตัวเมีย โดยใช้ได้ทั้งในระบบปรับสภาพอากาศขนาดใหญ่ (HVAC) และระบบน้ำทั่วไป

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 1.0 มม.

10. ข้อลดทองแดง (Copper Reducer)

สำหรับใช้ต่อท่อทองแดงขนาด ที่ไม่เท่ากัน จากขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5/8 นิ้วเป็น 3/8 นิ้ว ช่วยในการปรับแรงดัน และการไหลในท่อให้เหมาะสม

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนามากกว่า หรือเท่ากับ 0.8 มม.

11. สามทางลดทองแดง (Reducing Tee)

วิธีการคล้ายข้อต่อสามทาง แต่ท่อที่แยกออกจะมีขนาดเล็กกว่า ใช้ในระบบแอร์หลายห้องที่ต้องควบคุมแรงดัน

ท่อทองแดงที่แนะนำ : ท่อเส้น Type L หรือ Type K ความหนา 0.8–1.2 มม.

จาก Copper Pipe Fitting ทั้งหมด 11 ประเภท อุปกรณ์ที่นิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทยสำหรับงานแอร์และระบบ HVAC คือ ข้องอทองแดง 90° (Copper Elbow) ที่ช่วยเปลี่ยนทิศทางท่อโดยไม่ต้องดัด ลดความเสี่ยงการรั่ว สามทางทองแดง (Copper Tee) สำคัญสำหรับระบบใช้กระจายสารทำความเย็น ไปยังหลายยูนิตในระบบ VRF หรือ Multi-Split พบมากในโครงการอาคาร และเชิงพาณิชย์ ข้อต่อตรงทองแดง (Straight Coupling) ใช้ง่ายบ่อย ในกรณีซ่อมบำรุงที่ต้องเสริมความยาวของท่อ

เทคนิคการเชื่อมข้อต่อท่อทองแดง (Copper Pipe Fittings)

ขั้นตอนมาตรฐานสากล

1. การเตรียมพื้นผิว (Cleaning)

ใช้ กระดาษทรายผ้า (emery cloth), แปรงลวด หรือผ้าขัด ขัดทำความสะอาดปลายท่อ และด้านในข้อต่อทองแดงให้สะอาดจนเป็นเงา และใช้ เครื่องมือรีมเมอร์ (Reamer) หรือตัวลบคม (Deburring tool) ลบขอบคมหลังการตัดท่อ เพื่อให้น้ำ หรือสารทำความเย็นไหลได้ดี

2. การทาน้ำยาฟลั๊ก (Flux) หรือ น้ำยาประสานสำหรับงาน บัดกรี

ทาน้ำยาฟลั๊ก หรือน้ำยาประสานบางๆ บริเวณปลายท่อ และด้านในข้อต่อ เพื่อกำจัดออกไซด์บนผิวท่อ ให้ตะกั่วบัดกรี (solder) ไหลเข้าไปในรอยต่อได้ทั่วถึง เพิ่มการยึดเกาะ ช่วยป้องกันการเกิดสนิม

3. การประกอบ (Assembly)

ใส่ท่อทองแดง เข้ากับข้อต่อทองแดงให้แน่นพอดี ไม่หลวมจนเกินไป เพราะช่องว่างที่พอดีจะทำให้เกิดแรงดูด (Capillary Action) ดูดตะกั่วบัดกรี (solder) เข้าไปเต็มร่องรอยต่อ

4. การให้ความร้อน (Heating)

ใช้หัวแก๊ส Propane หรือ MAPP เป็นเปลวไฟสีฟ้า ให้ความร้อนบริเวณข้อต่อทองแดง เริ่มจากด้านล่างของข้อต่อแล้วหมุนไฟรอบๆ ให้ความร้อนห่างจากรอยต่อประมาณ 2–3 ซม. เพื่อกระจายความร้อนได้ทั่วถึง และสม่ำเสมอ โดยเลี่ยงการเผาโดนน้ำยาฟลั๊ก (Flux) หรือน้ำยาประสานจนไหม้ เพราะจะทำให้ตะกั่วบัดกรี (Solder) ไม่ไหล

5. การเติมตะกั่วบัดกรี (Solder)

เมื่อน้ำยาฟลั๊ก (Flux) หรือน้ำยาประสาน เริ่มเดือด ให้แตะลวดตะกั่วบัดกรี (Solder) ตรงรอยต่อ ความร้อนจะดูดลวดตะกั่วบัดกรี (solder) เข้าไปในช่องว่างของข้อต่อโดยอัตโนมัติ (capillary action) ถ้าเป็นท่อแนวนอน ให้เริ่มเติมจากด้านล่างขึ้นไปด้านบน เพื่อให้แน่ใจว่า ตะกั่วบัดกรี (solder) เข้าไปจนเต็มรอบช่องว่าง

6. การทำความสะอาด (Cleaning After Soldering)

รอให้ข้อต่อที่ถูกเชื่อม (Joint) เย็น แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดน้ำยาฟลั๊ก (Flux) หรือ น้ำยาประสานส่วนเกินออก เพราะน้ำยาที่หลงเหลืออยู่ตามขอบอาจกัดกร่อนเนื้อทองแดง และทำให้รอยต่อเสียหายในระยะยาว

7. การทดสอบแรงดันหลังเชื่อมต่อท่อทองแดง (Pressure Test)

วิธีทดสอบในประเทศไทย นิยมใช้ ไนโตรเจน (Nitrogen) เป็นแก๊สทดสอบแรงดัน โดยอัดแรงดันประมาณ 100–150 psi (≈ 7–10 bar) แล้วทิ้งไว้ อย่างน้อย 30 นาที (ตามมาตรฐานสากลในประเทศแถบ สหรัฐอเมริกา และยุโรป มักใช้แรงดันสูงกว่า ประมาณ 150–300 psi หรือ 1.1–1.3 เท่าของแรงดันใช้งาน) จากนั้นตรวจสอบว่า ความดันคงที่ หรือไม่ หากความดันลดลงแสดงว่า มีการรั่ว ต้องตรวจหาตำแหน่งรั่วด้วยการพ่น น้ำสบู่ หรือน้ำยาตรวจรั่ว ที่ข้อต่อ หรือรอยเชื่อม โดยหลังการทดสอบทุกครั้งควรให้ วิศวกร หรือผู้ควบคุมงานที่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบ และรับรองผล เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย และมาตรฐานวิศวกรรม

ท่อทองแดง type L

สรุป

เมื่อเข้าใจ และเลือกใช้ Copper Pipe Fitting 10 ประเภท พร้อมเทคนิคเชื่อมตามขั้นตอนมาตรฐานสากล รวมถึงการทดสอบแรงดันอย่างครบถ้วน ระบบท่อที่สร้างขึ้นจะมีความปลอดภัย ทนทาน และใช้งานได้ยาวนาน เพราะเราเชื่อว่า “ระบบปรับอากาศที่ดี เริ่มจากติดตั้งอุปกรณ์ที่ถูกต้อง” สำหรับ Copper Pipe Fitting คุณภาพสูงครบวงจร ส่งตรงจากโรงงาน สามารถสั่งซื้อได้ที่ UDWASSADU